นั่งดู Mv เอาเนื้อเพลงมาแปล และรู้สึกว่านี่มันงานศิลป์ชัดๆ
-เปิดมาตอนต้น ตัวละครใน MV นั่งอยู่สักพัก แล้วมีคนเข้ามายิง-ตาย ภาพตัดกลับไปใหม่ ให้นั่งที่เก้าอี้เดิม
-ตัวละครหลักยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรเท่าไหร่ และก็โดนยิงตายอีกรอบ
-คนดู (อย่างเรา) เริ่มสนุกกับการที่มองตัวละครหลักจะหาทางออกจากเหตุการณ์นี้อย่างไร
-ยิ่งดูยิ่งชอบใจที่ตัวละหลักกำลังค้นหาวิธีการออกไปเรื่อยๆ ทั้งการแอบ ยอมจำนน สู้
-ผ่านไปสักครึ่งของ MV ตัวละครลองมาหลายวิธีแต่ก็ยังตายอยู่ จึงต้องเริ่มคิดใหม่
-แม้แต่จะเสียเวลาคิด แต่ยังไงก็ต้องตาย ตัวละครหลักขอเอามือปิดตาไว้หน่อยก็ยังดี (ฉากนี้ชอบมาก คิดได้ยังไง)
-หลังจากตกผลึกได้ว่าตัวเองต้องสู้ ก็เริ่มเปลี่ยนแผนให้ลุกขึ้นมาลองสู้ดู
-ผลสรุปคือสู้อย่างไรก็ไม่ชนะ เปลี่ยนแผนเท่าไหร่ ก็ยังไม่ชนะ กลับมานั่งคิดทบทวนอีกครั้ง
-หลังจากนั้นเป็นไคลแม็กของเรื่องที่ชอบมาก เหมือนบอกเราว่าให้ลองเปลี่ยนมุมมองดู
-เอาเนื้อเพลงไปแปลมา สรุปเนื้อความได้ประมาณว่า
“เสียงกรีดร้องของศิลปินที่หมดไฟและติดอยู่ในลูปแห่งความทรมานจากการแคร์สายตาคนดู
แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจปล่อยให้สัญชาตญาณเข้าครอบงำ เพื่อเผาทำลายความคาดหวังและกรอบเดิม ๆ ทิ้งไป
ยอมสะบักสะบอมเพื่อออกตามหาแรงบันดาลใจครั้งใหม่
แล้วกลับมาทำในสิ่งที่ใจรักอย่างเป็นอิสระ โดยไม่สนใจว่าใครจะมองอย่างไรอีกต่อไป”
-คือพอรู้เนื้อหาในเพลงแล้ว และดู MV นี้อีกคือมันโครตสุดยอดงานสร้างเลย ไม่แปลกใจที่ MV ออกมาไม่นาน แต่มีคนดูไป 21 ล้าน Views
-ชอบนะการงาน การตีความอะไรที่เป็นแบบนี้ ดูแล้วเหมือนสมองได้ฝึกคิดตามดี
-ลองถามตัวเอง วันนี้เราทำอะไรเพื่อแคร์คนดูอยู่หรือเปล่า (ตอบเลยว่าไม่มี ยังไม่มีคนเข้ามาดูกันอีกเยอะเลย ฮ่าๆ)